EVENT REVIEW

เชื่อว่าถ้าได้อ่าน คุณจะคิดถึงเขาคนนี้ “จางกียง” กับแฟนมีตติ้งครั้งแรกในประเทศไทย

เชื่อว่าถ้าได้อ่าน คุณจะคิดถึงเขาคนนี้ “จางกียง” กับแฟนมีตติ้งครั้งแรกในประเทศไทย

เราจะพาไปคิดถึงเจ้าของงรอยยิ้มตาหยี๋มากความสามารถ “จางกียง” จากชีวิตนายแบบ เดินทางเข้ามาสู่นักแสดงเต็มตัว Applewood Thailand present 2019 JANG KI YONG 1ST FAN MEETING [FILMOGRAPHY] IN BANGKOK ในวันอาทิตย์ ที่ 29 กันยายน 2562 ณ Ultra Arena Show DC

เปิดตัวด้วยเสียงนุ่มๆกับเพลง Beautiful – Crush ที่หนุ่มเจ้าเดินออกมาเซอร์ไพส์กลางงาน ทำเอาแฟนๆฟินกันตั้งแต่เริ่มต้น เพราะใกล้ชิดสุดๆ

ดีเจนุ้ยรับหน้าที่พิธีกร หลังจากกียงแนะนำตัว ก็รัวภาษาไทยหยอดคำหวานกันเลย “สวัสดีครับ ผมจางกียงครับ ผมรักคุณ” มาเจอแฟนไทยครั้งแรก กียงบอกว่า “ผมเองเป็นคนที่รักประเทศไทยมากๆอยู่แล้วเป็นทุนเดิม รู้สึกดีใจมากๆที่ประเทศไทยได้เชิญให้ผมมาในวันนี้ ผมตั้งตารอคอยวันนี้อย่างเดียวเลย เพราะฉะนั้น หวังว่าทุกคนจะร่วมสนุกไปด้วยกันจนนาทีสุดท้ายนะครับ”

หลังจากที่กียงเดินทางมาถึงประเทศไทย กียงได้ทานผัดไทยและข้าวผัดกุ้งด้วย ดีเจนุ้ยให้คำแนะนำว่าข้าวผัดกุ้งที่อร่อยที่สุดอยู่ตามบ้านของแฟนๆที่นี่ กียงหยอดเพิ่มว่า “มีใครจะเชิญผมไปทานไหมครับ” เรียกเสียงกรี๊ดไปอีกรอบ

กียงบอกว่า ที่งานแฟนมีตติ้งชื่อว่า FILMOGRAPHY นอกจากแปลว่าผลงาน การมาครั้งนี้กียงเองต้องการที่จะวาดชีวิตของตัวเองตั้งแต่เกิดมาจนถึงวันนี้ ที่มีศิลปิน นักแสดงที่ชื่อจางกียง กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง อยากสื่อออกมาในเชิง FILMOGRAPHY จึงตั้งชื่อนี้มาให้ทุกคนได้ใกล้ชิดมาขึ้น

“การมาครั้งนี้ผมเองต้องการใกล้ชิด สร้างบรรยากาศสบายๆ ร่วมสนุกไปด้วยกันกับแฟนๆ มีเพลง แร็ป ของขวัญ และเกม หวังว่ากิจกรรมต่างๆเหล่านี้จะทำให้เราใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้นครับ”

เริ่มที่ช่วงแรกกับ Filmography of Life ดูการเติบโตของจางกียงผ่านรูปถ่าย

ภาพแรก เป็นภาพทารกน้อยจางกียง ปี 1992 ถ่ายตอนอายุ 16 วัน ภาพนี้กียงบอกว่าตัวเองกำลังหิว เท่าที่จำได้คุณแม่หยิบกล้องออกมาถ่ายตอนที่กำลังหิวด้วยหน้าตาที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไร น่ารักแล้วยังตลกอีกนะคุณจางกียง


ภาพที่ 2 ปี 1993 ตอนอายุ 1 ขวบ เป็นวันที่ทดลองกับสิ่งที่เรียกว่า การเดิน ตอนนั้นคิดว่าทำไม ขาไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ ทำไมมันไม่ได้นะต้องขยับอีกหน่อย แต่ก็มีความคิดว่า ถ้าทำก็ทำได้นะ ความจำดีมากๆเลยใช่ไหมล่ะ

ภาพที่ 3 ปี 1995 แฟชั่นลูกเจี๊ยบ ตอน 4 ขวบไปเที่ยวกับครอบครัว ปกติคุณพ่อจะวางแผนเที่ยวในช่วงวันหยุดฤดูร้อน แต่ปี 1995 คุณพ่อวางแผนไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาว ผมไม่ชินเท่าไร เลยเกิดอาการช็อคนิดหน่อย น่าจะติดลบ 20 องศา หนาวมากๆ
ภาพที่ 4 ปี1998 ผมและพี่ชายของผมพี่น้องขี้เล่น ภาพนี้เกิดขึ้นตอนที่ตอนเด็กเป็นคนชอบวิ่ง คุณพ่อเห็นว่าวิ่งเก่ง จะเลี้ยงเป็นนักกรีฑาเลยดีไหม ภาพต่อไปชื่อภาพ ฟันหน้าหายไปไหนนะ
ภาพที่ 5 ปี 1999 อายุ 8 ขวบ ผมเป็นคนซุกซน แต่ยิ้มเก่ง ฟันหลุดได้ 2 วัน แต่ยังยิ้มอยู่
ภาพที่ 6 ช่วงมัธยมต้น เริ่มชอบถ่ายภาพ และถูกถ่ายภาพ เป็นรูปที่ถ่ายหลังจากไปทัศนะศึกษาครั้งแรก และเซลฟี่ครั้งแรก
ภาพที่ 7  เป็นช่วงมัธยมปลาย ผมและเพื่อนๆไปถ่ายสติ๊กเกอร์ด้วยกัน ช่วงนั้นชอบโพสอ้าปาก อยากดันให้ท่านี้มีชื่อเสียง
ภาพที่ 8 ปี 2012 อายุ 20 ปี ใส่เหล็กดัดฟันวันแรก สมัยนั้นฟันจะยื่นออกมาหน่อย จึงไปดัดฟัน ทำให้ตอนนี้มีรอยยิ้มที่สวยมากๆ
ภาพที่ 9 ปี 2013 ภาพตอนเป็นโมเดลหน้าใหม่ ภาพนี้ลงนิตยสารครั้งแรกที่เป็นนายแบบ

ภาพที่ 10 เป็นภาพจางกียงบนรันเวย์ มีทั้งภาพที่เดินบนรันเวย์ และภาพครั้งแรกที่เป็นโมเดลหลักในแฟชั่นโชว์ รวมถึงภาพที่เดินแบบให้แบรนด์ดังในมิลาน ประเทศอิตาลี
ภาพที่ 11  เป็นภาพตอนเป็นนักแสดง ในเรื่อง It’s okay that is love ถือเป็นผลงานที่กียงได้ฉายบนทีวีเรื่องแรก รวมถึงภาพจากเรื่อง Go Back Couple ด้วย ภาพที่ 12 เป็นภาพรับรางวัลจากผลงานการแสดง นั่นก็คือ รางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม เป็นเครื่องการันตีผลงานของกียงได้อย่างดี
ภาพที่ 13 เป็นภาพจากเรื่อง My Mister เป็นผลงานการกำกับของคุณคิมวอนซอก เป็นผู้กำกับที่มีชื่อเสียง กียงเองมีความคาดหวังว่าจะได้ร่วมงาน จึงไปออดิชั่น และผ่านด้วย เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ทำให้กียงก้าวขึ้นไปในอีกระดับหนึ่ง
ภาพที่ 14  เชื่อว่าหลายๆคนรู้จักกียงจากเรื่องนี้ นั่นก็คือ Come and hug me เป็นผลงานเรื่องแรกที่กียงได้แสดงนำ แต่ตอนแรกไม่อยากรับเพราะกดดัน แต่คิดแล้ว ยังไงในอนาคตก็ต้องแสดงนำอยู่ดีจึงตอบรับ และเป็นอีกเรื่องที่ทำให้กียงได้พัฒนาไปอีกขั้น
ภาพที่ 15 ภาพจากเรื่อง Search:www และผลงานภาพยนตร์เรื่อง The Bad Guys: The Movie เคยคิดเหมือนกันว่าจะมีโอกาสได้แสดงขึ้นบนจอภาพยนตร์หรือเปล่า ในที่สุดก็มีโอกาสได้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ รวมถึงได้ร่วมแสดงกับนักแสดงที่ตัวเองชื่นชอบและมีชื่อเสียงมาก ทั้งคุณดงกุง คิมซุง จอง คิมอาจุง ระหว่างถ่ายทำ ตอนอยู่ตรงหน้านักแสดงทั้ง 3 ท่าน เป็นอะไรที่แปลกใหม่ หลังจากถ่ายทำเรื่องนี้ได้พลังงานกลับมาเยอะมาก พลังงานทำให้ผมสามารถสร้างสรรค์ผลงานดีๆออกมาอีกต่อๆไปได้อีกแน่นอน

เข้าสู่วงการนายแบบปี 2012 และเข้าสู่วงการนักแสดงปี 2014 และล่าสุด 2019 กับผลงานการแสดงภาพยนตร์ พอมีการรวบรวมผลงานแล้ว กียงเองก็รู้สึกว่าตัวเองมีความตั้งใจใช้ชีวิตที่ผ่านมา “ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ก็เป็นคนที่เห็นภาพของผมตั้งแต่เกิดมา จนถึงทุกวันนี้ เป็นอะไรที่พิเศษสำหรับผม ทุกคนเป็นคนพิเศษครับ” สำหรับวิธีการเลือกงานที่จะรับ “ที่สำคัญคือสคริป และเวลาที่คิดว่าถ้าตัวเองสวมบทบาทคาแรกเตอร์ตัวนี้จะเป็นอย่างไร ถ้ามีความน่าค้นหา เกิดความสงสัยก็จะเลือกงานนี้ครับ” ส่วนผลงานที่ชอบมากที่สุด 2 อันดับ กียงยกให้เรื่อง Search:www และ Go back couple  กียงพูดถึงเรื่อง Search:www ว่าเป็นบทบาทที่สดใส ใกล้เคียงตัวเองมากที่สุด ส่วนวิธีการที่จะทำให้เข้าถึงตัวละครที่สุด กียงจะพยายามโฟกัสเรื่องของความรู้สึก ว่าตัวละครตัวนั้นทำไมคิดแบบนี้ กียงบอกว่าบทของ พัคโมกอน ในเรื่อง Search:www มีความคล้าย โดยเฉพาะเวลาแกล้งนางเอก จะใกล้เคียงกับตัวผม เป็นคนชอบหยอกล้อนั่นเอง

ถึงเวลาของเกม เป็นการเล่นฉากดังกับแฟนๆ หลังจากที่ลักกี้แฟนแนะนำตัว กียงเองก็ท่องชื่อของทั้ง 3 คน และเมื่อดีเจนุ้ยถาม กียงก็จำชื่อของทั้ง 3 คนได้เป็นอย่างดี ฉากดังจากเรื่อง Search:www มีทั้งฉากเขียนหัวใจ ฉากซบที่อก และฉากแบคฮัก งานนี้มีทั้งฟิน ทั้งจิกหมอนกันทั่วฮอล

ส่วนตัวแฟนๆรู้กันดีว่ากียงเองชอบทั้งฟังเพลง และร้องเพลง เข้าสู่ช่วงที่ 2 PLAYLIST TALK ที่จะมาพูดถึงเพลงที่กียงชอบในตอนนี้


เพลงแรก คือเพลง Scent (향기) ร้องโดย Sam Kim (샘김) เป็นเพลงประกอบซีรี่ย์เรื่อง Search: WWW จะเปิดฟังช่วงถ่ายทำ และก่อนนอน เพราะเสียงของคุณแซมคิม มีเสียงลมหายใจเยอะ ฟังแล้วรู้สึกสบาย และกียงก็ร้องเพลงนี้ให้แฟนๆฟังสั้นๆ แต่เพราะมากๆ
เพลงที่ 2 เป็นเพลง Shallow ร้องโดย Lady Gaga , Bradley Cooper เพลงประกอบเรื่อง A Star Is Born ดูไป 5 รอบ เพลงเพราะเลยยังฟังต่อเนื่องนั่นเอง
เพลงที่ 3 คือเพลง Fall in love ร้องโดยซองฮุน Brown Eyed Soul ซึ่งไม่กี่วันมานี้ เพิ่งปล่อย MV ที่กียงเล่นออกมาด้วย นั่นก็คือเพลง 그대의 밤, 나의 아침 นั่นเอง
เพลงที่ 4 คือเพลง Things These Days ร้องโดย Young B, Killagramz, Hash Swan, 행주 ในรายการ Show Me The Money 6 ระหว่างเพลงเปิดกียงก็แร็ปไปด้วย เป็นการแร็ปในบีทของเพลงแจ๊สจึงทำให้ชอบมาก กียงยังบอกอีกว่าตนชอบดนตรี ชอบร้อง ชอบแร็ป ดีเจนุ้ยเลยจัดบีทบ๊อกซ์ให้เล่นๆ แต่กียงเอาจริงให้ดีเจนุ้ยบีทบ๊อกซ์ และกียงแร็ป ถือเป็นโชว์นอกสคริปเพื่อแฟนๆไปเลย ลีลาไม่แพ้ KI-DRAGON ที่เคยไปร่วมแร็ปในรายการ TRIBE OF HIPHOP เลยจริงๆ
เพลงสุดท้าย คือเพลง 2411 ของ Crush และกียงก็นำเพลงนี้มาร้องให้แฟนๆฟังด้วย เสียงของหนุ่มขายาว ทำเอาแฟนๆเคลิ้มไปตามๆกัน

จบเพลง VDO ที่กียงแวะไปพักผ่อนที่แม่น้ำฮันก็เปิดขึ้น รอยยิ้มสดใส ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ อยู่ตรงหน้าแฟนๆทั้งฮอล ทุกคนตั้งใจดูไปด้วยกัน กียงยังถ่ายรูปวิวแม่น้ำฮัน รวมถึงรูปน่ารักๆของตัวเองมาเป็นของขวัญให้ลักกี้แฟนในงานอีกด้วย

การแข่งขันเริ่มขึ้นกับเกมทายใจกียง ทั้งทายเลขที่กียงเลือก มือข้างซ้ายหรือขวา จนในที่สุดก็ได้ผู้โชคดี 2 คน ขึ้นไปรับรางวัลกับกียงถึงมือเลยทีเดียว แถมได้ถ่ายรูปคู่กับกียงด้วย กียงเองอยากถ่ายรูปกับแฟนๆด้วย แต่ให้อดใจรอก่อนโดยให้แฟนๆเล่นเกมกันอีกครั้ง สุ่มเลือกตัวแทนโซนละ 3 คน ขึ้นไปเล่นเกมบนเวที นั่นก็คือ กระโดดเชือก ซิทอัพ และกอดลูกโป่งให้แตก ทีมไหนใช้เวลาน้อยที่สุด ก็จะได้ถ่ายรูปกับกียงทั้งโซน เมื่อได้โซนที่ชยะ กียงก็ลงจากเวทีไปใกล้ชิดกับแฟนๆในโซนนั้น แต่ก็ไม่ปล่อยให้โซนที่เหลือน้อยใจ ด้วยการถ่ายรูปกับแฟนๆทั้งฮอล

เวลาความสุขเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย กียงบอกว่า “ผมตั้งตารอคอยวันนี้จริงๆ เนื่องจากประเทศไทย เป็นประเทศที่ผมชอบ และเป็นประเทศที่ผมรัก การที่ได้มาจัดงานในประเทศที่ผมรักครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดีใจมากๆเลย ขอบคุณทุกคนที่เสียสละเวลามาในวันนี้ ระหว่างที่ผมเตรียมงานก็คิดเยอะ ว่าจะทำอย่างไร จะเตรียมอะไร เพื่อให้ทุกคนที่เสียสละเวลามาได้กลับไปอย่างคุ้มค่า หวังว่าจะมีความสนุกกับงานในวันนี้ ขอบคุณมากๆครับ” แฟนๆยังไม่อยากให้จบ กียงมีแอบแซวว่า “จัดต่อถึงเที่ยงคืนเลยดีไหม”

ทิ้งท้ายต่อว่า ขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้ ดีใจมากโดยเฉพาะการสื่อสารที่ใกล้ชิดกับแฟนๆแบบนี้ วันนี้เป็นความทรงจำที่ดีของผม และหวังว่าจะเป็นความทรงจำที่ดีของทุกๆคนนะครับ ในปีหน้าอยากจะจัดอีกครั้งอยากให้ทุกคนมา พลังงานบวกที่ได้ไปในวันนี้จะเป็นแรงผลักดันในการทำผลงานในอนาคตต่อไป ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ ทานข้าวเยอะๆ มาเจอกันใหม่ด้วยสุขภาพที่ดี อาจจะเป็นปีหน้า หรือปีถัดไป หวังว่าจะได้เจอกันอีก รักทุกคนนะครับ”  

จากนั้น VCR โปรเจคจากแฟนๆก็เปิดขึ้น เป็น VCR ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของแฟนๆ มีภาพผลงานเก่าๆของกียงให้ได้คิดถึง ทั้งข้อความห่วงใยถึงกัน อีกทั้งกำลังใจให้กียงได้ก้าวต่อไป

ช่วงท้าย VCR แฟนๆชูสโลแกน 와줘서 고마워  ที่แปลว่า ขอบคุณที่มาหากันนะ ทำเอากียงเองถึงกับอึ้ง และกล่าวขอบคุณพร้อมบอกว่าตนไม่เคยได้รับแบบนี้มาก่อนเลย ไม่รู้ต้องทำตัวยังไง อยู่ๆผู้ชายยิ้มเก่งก็มีน้ำไหลออกตา แฟนๆต่างตะโกนบอกรัก อย่าร้องไห้นะ กียงเองก็แปลกใจว่าทำไมอยู่ๆน้ำตาถึงไหลออกมา

“สงสัยจะเป็นน้ำตาแห่งความสุขอ่ะครับ ขอบคุณมากๆครับ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีอะไรแบบนี้ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าแฟนๆเตรียมอะไรมาให้ผมแบบนี้ ขอบคุณจริงๆครับ ขอบคุณที่สร้างความทรงจำที่ไม่มีวันลืม ขอให้ทุกคนแข็งแรง ผมเองก็จะแข็งแรง เรามาเจอกันไปนานๆเลยนะครับ” พร้อมทิ้งท้ายภาษาไทยด้วยคำว่า “ผมรักคุณ”

“ผมเองได้มีโอกาสถ่ายทำ The boy next door มีความทรงจำดีๆเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก เลยอยากถ่ายทอดความทรงจำ ความรู้สึกดีๆให้ทุกๆคนครับ” กียงบอกว่าเพลงต่อไปเป็นเพลงสนุก แต่บรรยากาศตอนนี้ผ่านการร้องไห้มาด้วย เพลงนั้นก็คือเพลง 썸남 Ost.  เสียงเพราะๆของคนขี้แง ทำตัวสดใสอยู่บนเวที โยกย้ายไปตามจังหวะเพลง

กียงเองก็มีเรื่องราวมากมายที่อยากบอกแฟนๆของเขา กียงออกมาพร้อมจดหมายในมือ และอ่านจดหมายที่เขียนเตรียมไว้ให้แฟนๆฟัง

ดนตรีดังขึ้นอีกครั้ง กียงร้องเพลง PARADISE TREE (낙원의 나무) ให้แฟนๆฟังแทนคำบอกลา แฟนๆค่อยๆเปิดแฟลช สร้างดวงดาวเล็กๆกระจายทั่วฮอล โยกไปพร้อมเสียงเพราะๆของกียงบนเวที เป็นการร่วมกันสร้างความทรงจำดีๆให้กับการพบกันครั้งนี้ ระยะทางของการโคจรมาพบกันอีกครั้ง ยังไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ แต่ ณ ตอนนี้ ความทรงจำดีๆเต็มอบอวลไปทั่วทั้งใจ ติดตามผลงาน ให้กำลังใจ และเป็นพลังบวกให้กันและกันแบบนี้ตลอดไป จนกว่าจะพบกันใหม่

Popconth หวังว่าแฟนๆของกียงทุกคนจะมีความสุขอีกครั้ง ที่กลับมาอ่านบันทึกความทรงจำดีๆครั้งนี้ จนกว่าจาง กียงจะกลับมา ขอบคุณ Applewood Thailand ที่พาจาง กียงมาให้แฟนๆได้ร่วมสร้างความประทับใจด้วยกัน

 

Twitter : @popconth
Facebook Fanpage : Popcon TH
Website : www.popconth.com

 

 

 

อัพเดตข่าวเพิ่มเติม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

shares