10CM โอบกอดด้วยเสียงเพลง

              มากกว่าคำว่าอบอุ่น ที่อบอวลไปทั่วทั้ง จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮ้าส์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา กับคอนเสิร์ต 10CM Special Concert ‘Moderate Distance in Bangkok’ (ซิบเซนจิ สเปเชียล คอนเสิร์ต ‘โมเดอเรท ดิสแทนซ์ อิน แบงค็อก’) ที่ 10CM (ซิบเซนจิ) หรือ ‘ควอนจองยอล’ เลือกประเดิมที่ประเทศไทยเป็นที่แรกของเอเชียทัวร์  ซึ่งแน่นอนว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้สร้างความประทับใจแบบสุดๆ เรียกได้ว่ากลิ่นไอความอบอุ่นโอบกอดเหล่าบรรดาแฟนเพลงสายอินดี้และเกาหลีผู้ตกหลุมรักเสียงเพลงจากหนุ่มคนนี้อย่างแน่นอน

              แสงในฮอลมืดลง ควอนจองยอลเปิดคอนเสิร์ตด้วยเพลงเหงาปนเศร้า กับเพลง Nothing Without You  แสงไฟสีเหลืองอุ่นๆ วิ่งตรงไปที่จองยอลโอปป้ากับเสื้อลายน้ำเงินแดง และกางเกงขายาวสีขาวแบบมินิมอล ที่ยืนร้องเพลง พร้อมเล่นกีตาร์โปร่งตัวเก่ง ส่งพลังความอบอุ่น ที่ดึงดูดได้เป็นอย่างดี  เป็นการเปิดเวทีได้อย่างละมุนชุ่มฉ่ำหัวใจ ช่วงจังหว่ะจบเพลงมีแฟนคลับตะโกนว่า “ซารังเฮ” พร้อมเสียงปรบมือ แสงมืดลงอีกครั้ง และกลับมาส่องสว่างด้วยโทนสีน้ำเงิน กับเพลงจังหว่ะน่ารักๆ อย่าง 오늘밤은어둠이무서워요 หรือ Tonight, I’m Afraid of the Dark นั่นเอง แสงไฟในฮอลค่อยๆปรับสว่างขึ้น จนเห็นรอยสักที่เพิ่มความกร้าวให้จองยอลโอปป้าสุดๆ จบเพลงด้วยการดึงหูฟังออกที่เท่ห์มาก บวกกับท่าประจำด้วยการยิงไมค์มาให้แฟนคลับกรี๊ด

              แสงไฟสว่างจ้าพร้อมคำทักทายเป็นภาษาไทยว่า “สวัสดีครับ”  ตามด้วยรอยยิ้มตาหยี๋ของคนขี้เขิน “10เซ็นจิครับ ยินดีที่ได้เจอกันนะครับ ได้ยินเสียงล่ามไหมครับ เป็น Moderate Distance in Bangkok ของ 10เซ็นจินะครับ เป็นครั้งแรกนะครับที่ผมมาคอนเสิร์ตที่เมืองไทย ผมก็จะไม่ค่อยเก่ง แต่ผมก็ได้ซ้อมมานะครับ ตอนนี้ทักทายทุกคนครั้งแรกเนี่ยผมก็อยากใช้ภาษาไทยนะครับ เดี๋ยวผมจะลองนะครับ”  

              แล้วจองยอลโอปป้าก็ยกโพยขึ้นมา “สวัสดีครับ ผมสิบเซ็นจิ ควอนจองยอลครับ มาเมืองไทยครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นครับ มีเพลงดีๆเตรียมไว้นะครับ ขอบคุณครับ” พูดไปยิ้มไป หัวเราะน่ารักเบาๆไป “ถ้าผมขอทุกคนเนี่ย ทุกคนจะร้องเพลงให้ด้วยหรือเปล่าครับ ก็อยากจะให้ทุกคนร้องดังๆเลย ผมจะได้ได้ยินนะครับ” เพลงถัดไป It’s So Nice นะครับ “ และจังหว่ะเพลงก็ขึ้นมาพร้อมท่าโยกคิ้วท์ๆของจองยอลโอปป้า  ต่อด้วยเพลง  사랑은 은하수 다방에서  (Love In The Milky Way Cafe) ที่มีท่อนให้แฟนๆได้แฟนชานท์กันด้วย พร้อมแล้วก็ ซารางึน….~ เนื้อเพลงที่เหลือขอไม่พิมพ์แล้วกันนะ แกะเองยังตลกเองแต่ก็ส่งพลังแฟนชานท์ได้อย่างสมบูรณ์นะเอ้อ!!

              มาต่อด้วยเพลงที่ทำให้หลายๆคนรู้จัก 10CM เพราะดูเอ็มวี อย่างเพลง PET ที่มีน้องยูซอนโฮมาโชว์ความละมุนในมิวสิควีดีโอได้อย่างอ่อนโยน จบเพลงจองยอลโอปป้าก็บอกว่า “ผมได้เลือกมา 3 เพลงที่คิดว่าเป็นเพลงที่น่ารักที่สุดของซิบเซนจินะครับ ข้างหลังเห็นหน้าผมใช่ไหมครับ เห็นผมชัดไหมครับ” แฟนๆก็ตะโกนว่าเห็นบ้าง ชมว่าหล่อบ้างผสมกันมา “ผมไม่เห็นนะครับว่าหน้าผมเป็นยังไง” พร้อมหันไปดูที่จอข้างหลังและก็พูดเบาๆว่า “ก็ไม่เห็น”

              เพลงถัดไปจะเป็นเพลงมีฟิลลิ่งนิดนึงนะครับ แถวๆโรงแรมที่ผมอยู่อ่ะครับ ผมได้เห็นวิวข้างนอก ผมก็คิดว่าเพลงนี้น่าจะเหมาะกับการร้องที่นี่มากเลย เพลงนี้ชื่อว่า 별자리(Constellation)” จอด้านหลังฉายภาพท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่สว่างเพราะเต็มไปด้วยแสงดาว และพระจันทร์เสี้ยว อยากจะเปิดแฟลสร่วมเป็นดวงดาวไปด้วย น่าเสียดายที่ไม่มีโปรเจคที่คอนเสิร์ตนี้ แต่ก็ฟินตามไปได้จนจบเพลงกับเสียงปรบมือ จองยอลโอปป้าก็พูดไทยว่า “ขอบคุณครับ”

              ระหว่างนั้นก็เกากีต้าร์เบาๆ และก็พูดขึ้นมาว่า “ผมได้ยินมาว่าทุกคนจะชอบเพลงนี้นะครับ ถ้าไม่ใช่ทำไงดี” และเริ่มร้องเพลงขึ้นมา ตอนนั้นใจเต้นแรงเหมือนโดนจีบ ㅋㅋเพราะเป็นท่อนฮุคเพลง 덕수궁 돌담길의 봄 ที่ร้องกับยุนอา (Girls’ Generation) “เดี๋ยวผมลองอีกเพลงนึงทุกคนชอบเพลงนี้หรือเปล่า” นั่นคือเพลง 소나기 (Sudden Shower) ที่ร้องกับจุนฮยอง (Highlight) ใจนี่อยากให้มีเซอร์ไพส์จุนฮยองเดินออกมาเลยค่ะ “เมื่อกี้เป็นเพลงที่ผมร้องกับคุณยุนอานะครับ และก็จะมีอีกเพลงที่ได้ร้องกับคุณยงจุนฮยอง Highlight ได้ข่าวว่าทุกคนชอบมากเลยผมก็เลยให้ได้ฟังสั้นๆนะครับ เพลงถัดนะครับ ก็จะเป็นเพลงช้าแบบบัลลาดเหมือนกัน แต่ว่าอาจจะไม่ต้องกรี๊ดกร๊าดเหมือนเมื่อกี๊นะครับ แต่หลังจากเพลงนี้ผมขอคาดหวังสูงนิดนึงได้ไหมครับ ทุกคนจำได้ใช่ไหมครับเมื่อกี๊ทุกคนกรี๊ดกร๊าดยังไง” มีแฟนคลับตะโกนว่า “โอปป้า!!” ทำให้จองยอลโอปป้าถึงขั้นหัวเราะออกมาและบอกว่า “ไม่ใช่ตอนนี้นะครับ”  “เพลงถัดไปจะเป็นเพลงช้าแบบบัลลาดนะครับ เพลง그게 아니고 (That’s Not)  นะครับ”  จังหว่ะเพลงดังขึ้น แฟนๆต่างเงียบตั้งใจฟัง มีเพียงเสียงปรบมือตอนเริ่มเพลง และเสียงปรบมือก็ดังขึ้นอีกครั้งหลังจบเพลง เป็นเสียงปรบมือล้วนๆที่แปลกจากคอนเสิร์ตอื่นเพราะไม่ปนเสียงกรี๊ดเลย ทุกคนเข้าไปอยู่ในอารมณ์เพลงกันอีกครั้ง จนลืมไปว่าจองยอลโอปป้าอยากให้กรี๊ดกร๊าดหรือเปล่านะ

              “ขอบคุณครับ เพลงถัดไปนะครับ จริงๆแล้วเป็นเพลงที่ผมไม่ควรจะร้องคนเดียวนะครับ แต่ผมคิดว่าทุกคนน่าจะชอบเพลงนี้ ผมก็เลยพยายามซ้อมร้องเพลงที่จะร้องคนเดียวให้ได้ เป็นเพลงที่ผมทำกับคุณเฉิน (EXO) ทั้งแต่งและร้องด้วยกัน ถ้าได้มากับคุณเฉินคงดีมากๆเลย แต่ครั้งหน้าเดี๋ยวผมจะพยายาม มันจะยากมากเลยเพราะว่าเป็นเพลงที่ควรร้องกัน 2 คนแต่ตอนนี้ผมต้องร้องคนเดียว แต่ผมก็จะพยายามร้องให้ได้นะครับ”  พูดจบเพลง Bye Babe ก็เริ่มขึ้นพร้อมเสียงปรบมือตามจังหว่ะของแฟนคลับ กลางเพลงจองยอลโอปป้าก็แถมยังพูดไทยว่า  “ขอบคุณครับ”  อีกครั้งและร้องจนจบเพลง  ก็ได้รับเสียงปรบมือและกรี๊ดกร๊าดจากแฟนๆดังมาก “ขอบคุณครับ แปปนึงนะครับ ไม่มีจังหว่ะไหนที่ผมจะหายใจได้เลย” ดูท่าจะเหนื่อยจริงๆ แต่จองยอลโอปป้าก็พยายามกับโชว์นี้มากจริงๆเลยหล่ะค่ะ

              พักพอหายเหนื่อยจองยอลโอปป้าก็บอกว่า  “จริงๆแล้วเพลงถัดไป ตอนที่ผมจะแนะนำ ผมจะพูดเป็นภาษาไทย มันยากมากเลยผมก็เลยเอาออก แต่เมื่อกี๊เพราะว่าทุกคนชอบ ผมจะลองนะครับ สั้นนะครับ ไม่รู้ว่าจะถูกหรือเปล่า” และก็เริ่มอ่านโพยภาษาไทย  “เพลงต่อไปเป็นเพลงสำคัญมากครับ  เพราะว่าเป็นเพลงที่เซ็กซี่ที่สุดครับ ”  พูดจบก็เขินทั้งคนฟังคนพูด แอบมีกังวลว่า “ผมอยากจะรู้มากเลยว่าทุกคนเข้าใจจริงๆหรือเปล่า ” “เพลงถัดไปนะครับถ้ามันเริ่มปุ๊บ ในฮอลจะกลายเป็นแสงสีแดงหมดเลย เพลงถัดไป KING STAR ครับ” ก่อนหน้านี้ก็งงเหมือนกันนะว่า เพลงนี้เซ็กซี่ยังไง โอปป้าจะถอดเสื้อหรอ ไม่นะ 18+ แต่จริงๆแล้วคือเสียงร้องและจังหว่ะที่ อื้อหือ ยั่วยวนมากจริงๆบวกกับแสงสีแดงที่สาดเต็มทั้งฮอล ยิ่งท่อนที่ร้องกระซิบๆนี่โอ้โหๆๆๆๆ มันจะเซ็กซี่เกินไปแล้วนะโอปป้า แถมความเซ็กซี่อย่างต่อเนื่องด้วยเพลง Beautiful เซ็กซี่กว่า six pack ก็เสียงจองยอลโอปป้านี่แหละค่ะ เพราะเรียกเสียงกรี๊ดจนเจ็บคอได้

              “ก็จะเป็นเพลงที่เซ็กซี่ที่สุดในคอนเสิร์ตนี้นะครับ  ทุกคนชอบดูซีรี่ส์หรือเปล่าครับ ดูซีรี่ส์เกาหลีด้วยหรือเปล่าครับ ถ้าอย่างงั้นทุกคนอาจจะชอบเพลงถัดไปนะครับ  ในเมื่อมันเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกที่เมืองไทย ผมเลยไม่รู้ว่าทุกคนชอบเพลงไหนหรือไม่ชอบเพลงไหน แต่ผมคิดว่าทุกคนจะชอบเพลงถัดไปนี้นะครับ แต่ถึงแม้ว่าผมกำลังพูดอย่างงี้อยู่ จริงๆแล้วผมก็ตื่นเต้นตลอดเวลาทุกเพลงเลย   และเมื่อกี้ที่ผมฝากทุกคนไว้อ่ะครับ เพลงถัดไปนี้ทุกคนทำได้เลยนะครับ” แฟนคลับก็กรี๊ดส่งกำลังใจกันใหญ่  “ไม่ใช่ ..ตอนที่เพลงเริ่มนะครับ เป็นเพลงประกอบซีรี่ส์ Goblin นะครับ 내 눈에만 보여(My Eyes)ครับ”  จบเพลงจองยอลโอปป้าก็ขอเสียงกรี๊ด แฟนๆก็กรี๊ดกันยกใหญ่ให้ตามคำขอ

              “เพลงถัดจากนี้จะเป็นเพลงที่เศร้ามากเลยนะครับ เป็นเพลงที่ผมจะเล่นกีต้าร์ไปทั้งเพลง ผมเลยรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าเดิมอีก เพลงที่ชื่อว่า 짝사랑 (Crush) ครับ”  กลับมาค่ะ กลับมาเหงาๆเศ้ราๆกันอีกรอบ อารมณ์ไบโพลาร์อ่ะแหละ เสียงของจองยอลโอปป้าก้องไปทั่วทั้งฮอล เข้าไปถึงขั้วหัวใจคนฟังอย่างเราจริงๆ “ขอบคุณครับ  เอ่อ เมื่อกี้ตอนแรกอ่ะครับผมได้ถามว่าทุกคนจะร้องเพลงพร้อมไปด้วยกันได้หรือเปล่า  แต่ว่าจนถึงตอนนี้ผมได้ร้องเพลงที่มันก่ำกึ่งในการร้องด้วยกันใช่ไหมครับ เพลงถัดไปผมอยากให้ทุกคนร้องด้วยกันนะครับ ผมจะสอนทุกคนเลยดีกว่า เพลงต่อไปจะเป็นเพลง 안아줘요 (Hug Me) ครับ” จองยอลโอปป้าก็ร้องขึ้นมาว่า “อานาโจโย” และให้แฟนๆร้อง “อานาโจโย” ตาม แต่แฟนไทยไม่แพ้ใคร บอกเลยว่าซ้อมรอไว้แล้ว จนจองยอลโอปป้าบอกว่า “ไม่น่าบอกเลย” เกินคาดใช่ไหมหล่ะโอปป้า เลยเปลี่ยนเป็นซ้อมแทน จองยอลโอปป้าก็ร้องขึ้นมาอีกรอบว่า “อานาโจโย” และแฟนๆก็ร้อง “อานาโจโย” ตาม จองยอลโอปป้าเลยทำเสียงกระซิบว่า  “ทำแบบนี้เลยนะครับ” “เพลงถัดไป 안아줘요 (Hug Me) ครับ”  ระหว่างเพลง พูดมี “เย่ แบงค็อก” ซ่ะด้วยนะเอ้อ จบเพลงก็ได้รับพลังเสียงกรี๊ดท่วมท้นอีกครั้ง

              “เพลงถัดไปทุกคนพร้อมไหมครับ ในเมื่อผมจะสอนทุกคนอยู่แล้ว เพลงถัดไปผมก็จะสอนทุกคนอีกครั้งนึงนะครับ เบื้องต้นเดี๋ยวลองก่อนนะครับว่าได้หรือไม่ได้ ” จองยอลโอปป้าก็ร้องท่อนนึงของเพลง 폰서트 (Phonecert) ที่แปลว่า “ผมจะทำให้ หัวใจคุณเต้นแรงจนนอนไม่หลับเลย ตอนนี้ ขอเสียงหน่อยครับ” ตามคาดค่ะ แฟนไทยก็กรี๊ดส่งเสียงให้จองยอลโอปป้าตามคำขอ บอกแล้วว่าซ้อมมาเยอะ! รอมานาน! “อยากให้ทุกคนกรี๊ดกร๊าดมากกว่านี้นะครับ เหมือนตอนแรกๆอ่ะครับ” จองยอลโอปป้าก็ร้องอีกครั้ง รอบนี้มีเสียงส่งเสียง ไม่มีเสียงก็ต้องส่งเสียงค่ะ กรี๊ดแรงเกินเบอร์ไปเลย กรี๊ดจนจองยอลโอปป้า “ขอบคุณครับ” เป็นภาษาไทยอีกครั้ง  “เพลงถัดไป 폰서트 (Phonecert) ครับ” และแน่นอนค่ะ ก่อนกรี๊ดต้องมีท่อน coffee popcorn anything ที่แฟนๆตะโกนไปพร้อมโอปป้า  และตามที่นัดไว้ หลังท่อน “ตอนนี้ ขอเสียงหน่อยครับ” มีมะนาวบีบมะนาว มีเหลือกรอกเกลือเรียกเสียงกันเลยค่ะ กรี๊ดส่งเสียงให้แรงเบอร์ใหญ่มาก

              ต่อด้วยเพลง 봄이 좋냐?? (What The Spring??) ที่มีท่อนนึงซึ่งถ้าเป็นแฟนตัวยงต้องรู้ นั่นก็คือท่อน “망해라 อ่านว่า มังแงรา” ที่ต้องแฟนชานท์กันให้สุดเสียงจบเพลงจองยอลโอปป้า บอกว่า “สนุกมากเลยครับ ขอบคุณนะครับ ” และใช่ค่ะ ยังไม่ทิ้งอารมณ์ไบโพลาร์จองยอลโอปป้า พากลับไปเศร้าๆเหงาๆกันต่อ ด้วยการบอกว่า “ผมรู้สึกว่าอยู่ดีๆทุกคนก็ดูมีความสุขกันมากเลยนะครับ ผมก็เลยอยากจะให้ทุกคนกลับมารู้สึกแย่ใหม่อีกรอบนึง ถ้าทุกคนรู้สึกดี ผมก็รู้สึกดีเหมือนกันนะครับ แต่ผมไม่ร้องเพลงถัดไปไม่ได้นะครับ เป็นเพลงที่เศร้าที่สุดในบรรดาเพลงที่ผมร้องมานะครับ ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง อยากจะขอบคุณล่ามที่แปลให้ในคอนเสิร์ตครั้งนี้นะครับ” พร้อมบอกให้แฟนๆตบมือให้ล่ามด้วยน่ารักจริงๆ “ทุกคนรู้สึกดีใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมจะให้ทุกคนรู้สึกแย่นะครับ เพลงถัดไป เพลง 스토커 (Stalker) ครับ ” บรรยากาศในฮอลเงียบลงทันที พร้อมดำดิ่งเข้าไปในอารมณ์เพลงที่จองยอลโอปป้าส่งมา เช่นเคยค่ะอยากจะเปิดแฟลส  น่าเสียดายจริงๆที่ไม่มีโปรเจค

              จบเพลง จองยอลโอปป้า ก็ไม่วายยัง “ขอบคุณครับ เพลงที่ชื่อว่า Stalker  นะครับ  ความหมายเพลงไม่ใช่  Stalker  จริงๆนะครับ ในเนื้อเพลงของสิบเซ็นจิ จะเป็นคนที่เศร้าๆและไม่มีความมั่นใจในตัวเองครับ เป็นความรู้สึกที่ไม่มั่นใจเพราะคนที่เราชอบ ไม่ได้ชอบเรา ในคอนเสริตของสิบเซ็นจิก็จะเป็นแบบนี้แหละครับ เมื้อกี้ผมก็ได้ร้องเพลงเศร้าที่สุด และเพลงถัดไปก็จะเป็นเพลงร่าเริงที่สุด ในเมื่อทุกคนรู้สึกแย่หลังจากที่ได้ฟังเพลง Stalker ผมก็เลยจะกลับไปให้ทุกคนรู้สึกดีอีกครั้งนึง ทุกคนชอบฮาฮาหรือเปล่าครับ พี่คนนี้ดูเหมือนยังมีชื่อเสียงอยู่นะครับ รู้สึกขอบคุณแทนนะครับ เพราะเพลงถัดไปเป็นเพลงที่ผมร้องกับคนที่ชื่อฮาฮานะครับ เป็นเพลงที่ผมไม่ได้ร้องมานานแล้ว แต่อยากให้ทุกคนได้ฟังเพลงนี้นะครับ” นั่นก็คือเพลง 죽을래 사귈래 นั่นเอง เป็นเพลงสไตล์เรกเก้ที่ทำให้แฟนๆโยกหัวไปกับจังหว่ะ พร้อมความสดใสที่มาจากรอยยิ้มของจองยอลโอปป้า และสีสันสใสของจอที่ทำภาพได้น่ารักมากๆ

              ต่อด้วยเพลงที่ไม่ทำให้เราง่วงอย่างแน่นอน! ใช่ค่ะ! อะเม อะเม อะเม กับเพลง 아메리카노 (Americano) ที่ปลุกให้ทุกคนตาสว่างมากกว่าเดิมไปกับจังหว่ะที่แบบ ลุกเต้นเหอะ เต้นกันไหม ㅋㅋㅋ แฟนชานท์ท่อน อะเม อะเม อะเม ที่ขาดไม่ได้ดังทั่วฮอล จบเพลง  “ขอบคุณครับ สนุกใช่ไหมครับ ผมได้เตรียมภาษาไทยอีกแล้วนะครับ”    “(พูดไทย)เพลงต่อไปเป็นเพลงสุดท้ายครับ เป็นคอนเสิร์ตที่ไทยครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นมากครับ ขอบคุณที่มาหากัน จะมาบ่อยๆ ครับ (กรี๊ดดด) และครั้งหน้าจะเตรียมเพลงมามากกว่านี้นะครับ ยินดีที่ได้พบกัน และขอบคุณมากนะครับ ” “ครั้งหน้าถ้าผมมาอีก ผมจะซ้อมให้ดีกว่านี้นะครับ ตอนนี้เหมือนไม่ค่อยเห็นผลเลยกับการที่ซ้อมมา” แฟนๆก็ตะโกน “아니요” เพื่อบอกว่าไม่จริงนะ เพราะมันได้ผล เพลงต่อไปเป็นเพลงสุดท้ายนะครับ อยากให้ทุกคนร้องพร้อมกันนะครับ วันนี้สนุกมากๆเลยนะครับ” “(พูดไทย) ขอบคุณครับ เพลงสุดท้ายครับ ” จองยอลโอปป้าร้องเพลง 밤편지 (Through the Night) ของ IU และก็พาเข้าเพลง 쓰담쓰담 เฉย  แฟนชานท์ต้องมาเช่นเคยค่ะ (ป่ามๆๆๆๆ) กันได้พร้อมเพรียง รวมถึงท่อน “เฮจูเซโย” ที่หนักแน่นส่งตรงขึ้นไปบนเวที จนจบเพลง

              เสียงปรบมือ เสียงกรี๊ด และเสียงแฟนๆที่ตะโกน ENCORE   ENCORE   ENCORE  และแน่นอนค่ะ เวทีกลางที่เห็นตั้งแต่เข้ามา จองยอลโอปป้าเริ่มเพลงแรกช่วงอังกอร์ด้วยเพลง 애상 (Sorrow)  และเดินลงมาจากเวที ร้องเพลงไป จับมือแฟนที่เดินผ่าน เพื่อมายังเวทีกลาง คือฟินกันทั่วหน้าไปจ้า เวทีกลางมีเก้าอี้ที่หมุนได้ 360 องศามีไมค์ทั้ง 2 ฝั่ง ใกล้มาก อบอุ่นมากไปอี๊ก ประทับใจสุดๆ จากนั้นก็ถามแฟนๆว่า “อยากจะให้ทุกคนบอกเพลงที่อยากฟังนะครับ” แฟนๆตะโกนทันทีว่า “help” “ผมไม่รู้ว่าทุกคนชอบเพลงนี้ ผมน่าจะเตรียมมาตั้งแต่แรก” พร้อมร้องเพลง help ให้ฟัง คืออารมณ์ตอนนั้นน้ำตาจะไหล เพลงที่รอคอย ทุกคนร้องคลอไปพร้อมจองยอลโอปป้า แถมนั่งอย่างใกล้ชิด เป็น help ที่อบอุ่นและดีมากจริงๆ จบเพลงก็ให้แฟน “บอกอีกได้ไหมครับ” พอแฟนๆตะโกน ก็มีแกล้งบอกว่า “ผมได้ยินแล้วครับ” และร้อเพลง Good Night ให้ฟัง เอาเป็นว่าหลับตาฝันดีแน่นอนอ่ะตอนนั้น ยังค่ะ ยังไม่หมด เพลงต่อไปที่แฟนๆขอคือเพลง Everything และ Fine Thank You and You แต่จองยอลโอปป้าก็เลือกร้องเพลง Island พร้อมเดินขึ้นเวทีไป

              “เมื่อกี้ผมได้บอกทุกคนใช่ไหมครับว่าบอกเพลงที่อยากฟังให้หน่อย จะมีเพลงนึงที่ทุกคนขอหลายรอบมากเลย แต่สาเหตุที่ผมยังไม่ร้องเนี่ย ทุกคนน่าจะรู้ใช่ไหมครับว่ามันน่าจะมีเหตุผล เพลงถัดไปจะเป็นเพลงสุดท้ายจริงๆนะครับ และเป็นเพลงที่ทุกคนบอกว่าอยากฟังเมื่อกี้นะครับ วันนี้ผมมีความสุขมากจริงๆนะครับ และก็อย่างที่บอกนะครับ ขอบคุณมากๆนะครัยบ เดี๋ยวครั้งหน้าจะพยายามมาให้เร็วที่สุดนะครับ อยากจะพบทุกคนอีกนะครับ แต่จะบอกว่าผม สิบเซ็นจินะครับ เราเจอกันที่กรุงเทพนะครับ  เพลงสุดท้าย  Fine Thank You and You ครับ” เป็นจังหว่ะเบาๆที่ชุ่มฉ่ำหัวใจ แอบเศร้านิดๆที่ความสุขกำลังจะจบลงแล้ว เสียงของจองยอลโอปป้า เติมเต็มพลังบวกให้เราได้มากจริงๆ  ยังค่ะ จองยอลโอปป้ายังคงสอนเมโลดี้ให้เรา ทูรึรึรึรึรึน ให้แฟนๆช่วยกันร้องจนจบคอนเสิร์ต

              มาถึงช่วง ไฮทัช สำหรับแฟนๆที่ซื้อบัตร 3500 บาท ยอมรับเลยค่ะว่าครั้งนี้เป็นงานที่ได้ไฮทัชแบบฟินที่สุด เราเองตกใจตั้งแต่ก่อนเข้าคอน เพราะไปถามสต๊าฟว่าฝากของให้ศิลปินตรงไหน สต๊าฟบอกให้ตอนไฮทัชได้เลย ก็แบบ ได้หรอใช่หรอ พอถึงเวลาคือใช่จริงๆ ต่อคิวกันทัช จองยอลโอปป้า ให้เวลาแต่ละคนอย่างอบอุ่น และไม่ใช่การทัช แต่เป็นการจับมืออย่างนุ่มนวล เซลฟี่ได้ ให้ของได้ พูดคุยได้ คือดีมากๆ พอทัชเสร็จ จองยอลโอปป้าก็เดินออกมาถ่ายรูปกันบอร์ดหน้างานด้วย ยืนมองรูปตัวเองได้น่ารักมากๆ ถึงคอนนี้คนจะน้อยบอกเลยวาสโอปป้าเอาอยู่!

 

ติดตาม 10CM ได้ที่
Facebook: 십센치 / 10cm |  Instagram: 10cm_official
ขอบคุณภาพจากFacebook  10cminbkk | Instagram: hi990103
shares